Forex Thailand
Forex Thailand

Stop loss ใน Forex คืออะไร

Stop-loss คือคำสั่งที่คุณวางกับโบรกเกอร์ Forex เพื่อปิดการเทรดเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด คำสั่ง stop-loss ได้รับการพัฒนาเพื่อลดการขาดทุนของนักเทรดบนตำแหน่งเทรดที่เปิด เครื่องมือนี้พร้อมใช้งานเมื่อคุณไม่สามารถนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และเฝ้าดูตลาดด้วยตัวเอง บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมคำสั่ง stop-loss คือสิ่งจำเป็น วิธีการตั้งค่า และวิธีการคำนวณ

ทำไมการใช้คำสั่ง Stop-loss จึงสำคัญมาก?

คำถามแรกที่ต้องตอบคือ คำสั่ง stop-loss ในตลาด Forex หมายถึงอะไร? Stop-loss คือคำสั่งที่วางกับโบรกเกอร์ ซึ่งนักลงทุนจะใช้เพื่อลดการขาดทุนบนตำแหน่ง คำสั่ง Stop-loss สามารถวางได้ทั้งบนตำแหน่ง long (ซื้อ) และ short (ขาย)

คำสั่ง stop-loss จะกำจัดอารมณ์ที่สามารถส่งผลต่อการตัดสินใจเทรด สิ่งนี้เป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อไม่สามารถเฝ้าดูตำแหน่งได้ตลอดเวลา Stop-loss ใน Forex คือสิ่งสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ แต่เหตุผลเดียวที่โดดเด่นคือไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตที่แท้จริงของตลาด Forex ไม่ว่าจะวางแผนการเทรดแข็งแกร่งแค่ไหน หรือมีข้อมูลมากเพียงใดที่สามารถบ่งบอกแนวโน้ม

แต่ราคาในอนาคตของตลาดเป็นสิ่งไม่สามารถรู้ล่วงหน้าและทุกการเทรดมีความเสี่ยง นักเทรด Forex อาจทำเงินจากคู่สกุลเงินได้เกินครึ่ง แต่หากการจัดการเงินไม่มีประสิทธิภาพก็สามารถทำให้เกิดความสูญเสียได้ การจัดการเงินที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้าย เพื่อป้องกันสิ่งนี้ นักเทรดควรรู้วิธีคำนวณและการใช้คำสั่ง stop-loss ในการเทรด Forex

ทำไมการใช้คำสั่ง Stop-loss จึงสำคัญมาก?

นักเทรด Forex สามารถใช้วางคำสั่ง stop ณ ราคาที่คาดว่าจะ stop-loss และไม่เคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลง stop จนกว่าการเทรดจะถึงราคา stop นอกจากนี้ ความเรียบง่ายจะทำให้สามารถหยุดกลไกดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

คำสั่ง Stop-loss จะวางโดยนักเทรดเพื่อจำกัดความเสี่ยงหรือปกป้องกำไรที่มีอยู่ในตำแหน่งเทรด การวางคำสั่ง stop-loss จะนำเสนอเป็นทางเลือกผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader เมื่อทำการเทรด และสามารถแก้ไขเมื่อใดก็ได้
คำสั่ง Stop loss Forex
นักเทรดจะวางคำสั่ง stop-loss เมื่อเริ่มเทรด ในขั้นต้น คำสั่ง stop-loss จะใช้เพื่อวาง limit บนความสูญเสียที่เป็นไปได้จากการเทรด ยกตัวอย่างเช่น นักเทรด Forex ระบุคำสั่งเพื่อซื้อ EUR/USD ที่ 1.1500 พร้อมกับคำสั่ง stop-loss ที่ 1.1485 นี่เป็นการจำกัดความเสี่ยงต่อการสูญเสียของนักเทรดที่ 15 pip

คำสั่ง Stop-loss คือเครื่องมือจัดการเงินที่สำคัญสำหรับนักเทรด

เมื่อการเทรดแสดงกำไรปานกลาง นักเทรดมักปรับคำสั่ง stop-loss โดยขยับไปยังตำแหน่งที่จะป้องกันกำไรบางส่วนจากการเทรด สมมติว่าหลังจากนั้นนักเทรดซื้อ EUR/USD ที่ 1.1500 ซึ่งต่อมาราคาเพิ่มขึ้นเป็น 1.1600 ที่จุดนี้นักเทรดอาจขยับคำสั่ง stop-loss ไปที่ 1.1540 เพื่อเป็นการป้องกันกำไรที่มีอยู่ครึ่งหนึ่งหากเกิดเหตุการณ์ที่ตลาดถดถอย

บางครั้งนักเทรดจะใช้คำสั่ง “Trailing Stop” เพื่อขยับคำสั่ง stop-loss ไปยังระดับที่สูงกว่าเมื่อราคาตลาดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสามารถกำหนด Trailing stops ได้อย่างง่ายดายบน MetaTrader นักเทรดเพียงแค่ระบุจำนวนของ pip หรือดอลลาร์ที่ต้องการหยุดคำสั่งเพื่อลากตามความสูงของตลาด ยกตัวอย่างคู่ EUR/USD หากนักเทรดระบุ 50-pip สำหรับคำสั่ง trailing stop เมื่อราคาตลาดถึง 1.1600 การหยุดจะเปลี่ยนเป็น 1.1550 โดยอัตโนมัติ หากตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 1.1620 การหยุดจะสูงขึ้นกว่า 1.1570

Trailing stops คือการหยุดที่จะปรับตัวตามหากการเทรดเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่นักเทรดต้องการ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของความผิดพลาดในการเทรด เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยว Trailing Stop ใน Forex

วิธีคำนวณการวางคำสั่ง stop-loss

การวางคำสั่ง stop loss สามารถคำนวณได้ 2 วิธี ได้แก่ pips at risk และ account-dollars at risk

Account-dollars at risk จะให้ข้อมูลที่สำคัญมากกว่าเพราะทำให้คุณรู้ว่าเงินในบัญชีจำนวนเท่าไรที่มีความเสี่ยงบนการเทรด หากต้องการคำนวณว่ากี่ดอลลาร์ของบัญชีที่กำลังเสี่ยง คุณจำเป็นต้องรู้จำนวน pips at risk และขนาดตำแหน่งของคุณ

ยกตัวอย่าง EUR/USD คุณกำลังเสี่ยง 6 pip และหากคุณมีตำแหน่ง 5 ไมโครล็อต สามารถคำนวณ dollar risk ดังนี้

Pips at risk x ค่า Pip x ขนาดตำแหน่ง (ขนาดล็อต)

6 x $1 x 5 = $30 at risk

Pips at risk มีความสำคัญแต่ทำงานได้ดีกว่าสำหรับข้อมูลอย่างง่าย ยกตัวอย่างเช่น การหยุดของคุณอยู่ที่ X และการเข้าเทรดคือที่ Y ดังนั้นคุณควรคำนวณส่วนต่างดังนี้

Y ลบ X = pips at risk

หากคุณ short คู่สกุลเงิน EUR/USD forex ที่ 1.1569 และมี stop loss ที่ 1.1575 คุณจะมี 6 pips at risk ต่อล็อต

สิ่งนี้ช่วยได้หากคุณต้องการให้ใครบางคนรู้ว่าคำสั่งของคุณอยู่ที่ไหน หรือบอกให้รู้ว่า stop loss ของคุณห่างจากราคาเข้าเทรดของคุณขนาดไหน

การควบคุมความเสี่ยงของบัญชี

จำนวนดอลลาร์ที่คุณเสี่ยงควรเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับเงินที่มีอยู่ในบัญชีเทรดทั้งหมด โดยปกติ จำนวนที่คุณเสี่ยงควรต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ของยอดคงเหลือในบัญชี ถ้าให้ดีควรต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์

ยกตัวอย่างเช่น นักเทรด Forex วางคำสั่ง 6-pip สำหรับ stop loss และเทรด 5 ไมโครล็อต ซึ่งส่งผลให้การเทรดเสี่ยง $30 หากเสี่ยง 1 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่านักเทรดเสี่ยง 1/100 ของบัญชี ดังนั้น บัญชีของนักเทรดควรมีเงินเท่าไรหากต้องการเสี่ยง $30 ในการเทรด? คุณสามารถคำนวณได้ดังนี้ $30 x 100 = $3,000 หากต้องการเสี่ยง $30 ในการเทรด นักเทรดควรมีเงินในบัญชีอย่างน้อย $3,000 เพื่อรักษาความเสี่ยงบนบัญชีให้ต่ำที่สุด

เรียนรู้อีกวิธีอย่างรวดเร็วเพื่อดูว่าคุณสามารถเสี่ยงต่อการเทรดได้เท่าไร หากคุณมีเงินในบัญชี $5,000 คุณสามารถเสี่ยงได้ $5,000 / 100 = $50 ต่อการเทรด หากคุณมียอดคงเหลือในบัญชี $30,000 คุณสามารถเสี่ยงได้สูงสุด $300 ต่อการเทรด แต่อาจเลือกเสี่ยงน้อยกว่านั้นได้

สุดท้ายสำหรับ Stop Loss

คุณควรใช้ stop loss เสมอ และตรวจสอบกลยุทธ์ของคุณเพื่อกำหนดการวางคำสั่ง stop-loss ที่เหมาะสม การเทรดแต่ละครั้งอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ pips at risk ของคุณ นั่นเพราะว่าคุณควรวางคำสั่ง stop loss อย่างมีกลยุทธ์สำหรับแต่ละเทรด

คำสั่ง stop loss จะใช้เมื่อคุณคาดการณ์ทิศทางของตลาดไม่ถูกต้องเท่านั้น คุณจำเป็นต้องรู้ pips at risk ในแต่ละการเทรดเพราะจะทำให้สามารถคำนวณ dollars at risk ของคุณได้ ซึ่งเป็นการคำนวณที่สำคัญมากกว่า และเป็นแนวทางสำหรับการเทรดในอนาคตของคุณ dollars at risk ในการเทรดแต่ละครั้งควรต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ หรือน้อยกว่าเงินทุนการเทรดของคุณ ดังนั้นการสูญเสียบางส่วนจะไม่ทำให้เงินในบัญชีเทรดของคุณหมดไปอย่างรวดเร็ว